วันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

วิธีการทำขนมหวานกล้วยบวดชี

                                              สูตรขนมไทย""กล้วยบวดชี"
สวัสดีค่าาา...สวัสดีครั้งที่สองต่อเนอะ ค่ะ..สำหรับบล็อกที่สองน่ะค่ะ ก็มีวิธีการทำขนมไทยเหมือนกันน่ะคะ แต่บล็อกนี้จะเป็นขนมหวานที่ชื่อว่า "กล้วยบวดชี" อ่า..อดใจไม่ไหวอีกแล้ววว งันเรามาดูสวนผสมก่อนเลยน่ะ เริ่มเลยน่ะ....!!!!!
ขนมหวานไทย : กล้วยบวดชี

 
ค่ะ สำหรับส่วนผสมของขนมชนิดนี้น่ะคะ อันแรกเลย  คือ  
           * กล้วยน้ำว้า 8 ลูก (เลือกห่ามๆ ไม่สุกมาก)อันนี้สำคัญที่สุดเลย ดูชื่อก้อรู้แล้วเนอะ อิ อิ ต่อไปก็ตามด้วย
           * หัวกะทิ 450 มิลลิลิตร
           * หางกะทิ 500 มิลลิลิตร ละ่ก็
           * ใบเตย 2 ใบ
* น้ำตาลปี๊บ 40 กรัม
* น้ำตาลทรายขาว 40 กรัม
* เกลือ
   น่าทานอีกแล้ววววว....อ่ะ+++โอเค ส่วนผสมเสร็จแล้วว งันเรามาเริ่มทำเลยยย...let go...
ขนมหวานไทย : กล้วยน้ำว้า
ขนมหวานไทย : กล้วยบวดชี
 
     อย่างแรกน่คะ
1. นำกล้วยไปนึ่งในน้ำเดือดประมาณ 3-5 นาที หรือนึ่งจนกระทั่งผิวกล้วยเริ่มแตกออก จึงปิดไฟและนำออกมาปอกเปลือกและหั่นครึ่งลูก จากนั้นจึงหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ   หั่นดีๆน่าาาา เดียวโดนมือไม่รู้น่ะคะ ระมัดระวังด้วยน่ะ..ต่อไปก้อ..
2. นำหางกะทิไปต้มในหม้อและใส่ใบเตยลงไปด้วย เมื่อเดือดแล้วจึงใส่กล้วยที่หั่นไว้แล้วลงไป ตามด้วยน้ำตาลปี๊บ, น้ำตาลทรายขาวและเกลือนิดหน่อย
3. เมื่อกะทิเริ่มเดือดอีกครั้งจึงใส่หัวกะทิลงไป และปล่อยทิ้งไว้ให้เดือดอีกประมาณ 3 นาที ถ้าต้องการให้น้ำข้นเหนียวก็ให้ใส่แป้งมันลงไปประมาณ 1 ช้อนชาและคนให้ละลายทั่ว
4. อย่าต้มนานจนเกินไปเพราะจะทำให้กล้วยเละ กล้วยควรจะยังแข็งนิดหน่อย จากนั้นตักใส่จานและเสริฟทันที


ฮู้ววววววว....เสร็จแล้ววววว เห็นไหมค่ะ การทำขนมไทย ไม่ยากเลยยยย
ลองทำดูกันเนอะ สำหรับดิฉันก็ขอไว้แค่นี้ก่อนเนอะ ขอบคุนมากๆที่อ่านจนจบน่ะคะ อ่านอย่างเดียวไม่ได้ ต้องลองฝึกทำกันด้วยน่ะคะ โอเค...แค่นี้ก่อนน่ค่า ....บายๆๆ   bye bye see you again..>>>>>>


การทำขนมบัวลอย

สูตรขนมไทย ""ขนมบัวลอย""

      สวัสดีค่าาาา...สำหรับบล็อกแรกน่ะคะ!! ก็มีวิธีการทำขนมหวาน แบบง่ายๆ ให้ลองทำกันน่ะคะ! นั่นก็คือ"ขนมบัวลอยค่ะ"  ซึ่งในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าขนมไทยในปัจจุบันนี้เราจะเห็นได้ยากเลยทีเดียว เพราะว่าคนในปัจจุบันนี้ ไม่นิยมทำกันเท่าไหร่แล้ว พวกเราทุกคนไม่อนุรักษ์ขนมไทยแล้วในปัจจุบัน เอาล่ะค่ะ**เพื่อเป็นการอนุรักษ์ขนมไทยของเราน่ะค่ะ!!!   เรามาลองทำขนมหวานของไทยเลยน่ะคะ เริ่มแรกเลย.... เรามารู้จัก ส่วนผสมของขนมหวานนี้ก่อนน่ะคะ

 +ส่วนผสมบัวลอย+
อันแรกเลยน่ะคะ    * แป้งข้าวเหนียว 2 ถ้วยตวง
                              * เผือกนึ่งสุกบดละเอียด 1 ถ้วยตวง (กรณีต้องการบัวลอหลายสีสามารถเลือกใช้ฟักทอง เพื่อทำบัวลอยสีเหลือง, ใบเตย เพื่อทำบัวลอยสีเขียว, อื่นๆ)
                             * น้ำเปล่า 1/4 ถ้วยตวง 

<<<<ส่วนผสมของบัวลอยก็เสร็จแล้ว....>>>>>ต่อไปก็เรามาดูส่วนผสมของกะทิต่อน่ะคะ   เริ่มกันเลยยยยย.....

+ส่วนผสมน้ำกะทิ+ ก้อจะมีดังนี้  มาดูกันเลย!!
อันแรก คือ * กะทิ 2 ถ้วยตวง
                           ต่อด้วย      * น้ำตาลมะพร้าว 100 กรัม
                                             * น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง
                                             * เกลือป่น 1 ช้อนชา
                                             * เนื้อมะพร้าวอ่อน, ไข่
                                             * งาขาว 


นี้น่ะค่ะ ตัวอย่าง ขนมหวาน บัวลอย สีสันเลยทีเดียวเชียววววว.....  อ่ะๆ!!อดใจไม่ไหวแน่เลย เดียวก่อนๆ 
เรายังไม่ลงมือทำเลยน่ะคะ งันเรามาเริ่มกันเลยเนอะ ok!!!!!!! 1..2..3...4...let go!!!!!

ขนมหวานไทย : บัวลอยมะพร้าวอ่อน
 
  โอเค้....ขั้นตอนแรกในการทำขนมบัวลอยน่ะ ตั้งใจน่ะค่าาาาา  แห่ะๆ
1. ทำบัวลอยโดยผสมแป้งข้าวเหนียว, เผือกนึ่งและน้ำเปล่าเข้าด้วยกัน นวดจนส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันเป็นเนื้อเดียว จากนั้นน่ะคะ จึงนำมาปั้นเป็นลูกกลมๆ ระหว่างปั้นนั้น ควรโรยด้วยเศษแป้งข้าวเหนียวเล็กน้อยเพื่อป้องกันไม่ให้ลูกบัวลอยติดกัน (ถ้าต้องการทำบัวลอยหลายสีก็ใช้ส่วนผสมเพิ่ม ไม่ว่าจะเป็นฟักทองสำหรับสีเหลือง หรือใบเตยสำหรับสีเขียว เป็นต้น)
ขั้นตอนแรกผ่านไปแล้ว ต่อไปขั้นตอนที่สองต่อน่ะ...
2. ต้มน้ำในหม้อขนาดกลาง รอจนเดือดจึงใส่ลูกบัวลอยที่ปั้นไว้แล้ว เมื่อบัวลอยสุกให้นำออกมาแช่ในน้ำเย็น (บัวลอยที่สุกแล้วจะลอยขึ้น) โห้ยยยย..อัศจรรย์เลยทีเดียว สมกับชื่อเลย ต่อไปก้อ...
3. ทำน้ำกะทิโดยผสม กะทิ, น้ำตาลมะพร้าว, น้ำตาลทรายและเกลือป่นลงไป ควรใส่น้ำตาลทรายแค่ครึ่งเดียวก่อน ถ้ายังหวานไม่พอจึงค่อยใส่เพิ่มลงไป ต้มจนเดือด จึงหรี่ไฟลง นำบัวลอยที่ต้มไว้แล้วใส่ลงไปในน้ำกะทิ ต้มต่ออีกสักพักจึงปิดไฟ ถ้ามีมะพร้าวอ่อนก็ใส่ได้เลย พร้อมลูกบัวลอย (กรณีต้องการทำบัวลอยไข่หวาน ก็ตอกไข่ใส่ไปในหม้อหลังจากที่ใส่บัวลอยลงไป รอจนไข่สุกจึงปิดไฟ)
4. ตักใส่ถ้วย โรยหน้าด้วยงาขาว เสริฟขณะร้อนหรือรอให้เย็นก็ได้ 

......ว้าวววววววว เสร็จแล้ววววว หอมฟรุ้งฟริ้งมาก น่าทานทีเดียวเชียววววว....
     
ขนมหวานไทย : บัวลอยไข่หวาน